หนูปิ่น:
สวัสดีคะคุณหมอ
คุณหมอ :
สวัสดีครับ
หนูปิ่น :
คุณหมอรู้จัก Claire มานานกี่ปีแล้วคะ
คุณหมอ :
ประมาณ 3 ปีแล้ว
หนูปิ่น :
น้องพลอยเรียนที่ Claire แล้ว น้องพลอยมีการพัฒนาด้านต่างๆเป็นอย่างไรบ้างคะ
คุณหมอ :
ในด้านภาษาอังกฤษเขาดีขึ้น คือถ้าเกิดเขาไปเรียนที่โรงเรียนเขาก็จะรู้ก่อนเพื่อนและสามารถตอบคำถามของคุณครูได้ สวนเรื่องการพูดเขายังไม่ค่อยกล้าพูดเพราะโดยนิสัยของเขาแล้วเขาจะเป็นคนขี้อาย แต่บางครั้งเขาก็พูดอยู่เหมือนกัน เพราะว่าคุณครู Shamus ที่สอนสนทนาน้องพลอยเขาคอยดูแลให้อยู่แต่ถ้าเกิดเป็นกับครูคนอื่นเขาก็ไม่ค่อยกล้าพูด
หนูปิ่น :
เรามาเข้าเรื่องของเด็กไทยในยุคปัจจุบันนี้ดีกว่าคะว่าคุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างต่อพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยใน ยุคปัจจุบันนี้บ้างคะ
คุณหมอ : การแสดงออกของวัยรุ่นไทยสมัยนี้ค่อนข้างมีมากกว่าวัยรุ่นสมัยก่อนจนบางครั้งดูเกินความจำเป็นอย่างเรื่องการรับข้อมูลข่าวสารบางอย่างที่มากเกินไปจนเกินวัยของตนเอง
จนทำให้พวกเขาคิดว่าตนเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้วรวมทั้งคิดว่าตนเองสามารถทำอะไรได้อย่างผู้ใหญ่ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ถูก
หนูปิ่น :
แล้วเรื่องคุณธรรม และจริยธรรมของวัยรุ่นไทยสมัยนี้ละคะคุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไร
คุณหมอ :
ค่อนข้างน้อยลงในส่วนรวมส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ปกครองมีเวลาเอาใจใส่ให้ความสำคัญน้อยกับเรื่องนี้ มีเหตุการณ์อยู่เหตุการณ์หนึ่งที่เด็กวัยรุ่นเดินชนผม เขาหันมามองหน้าแล้วเดินไปเลย คือจริงๆแล้วเขาควรจะกล่าวคำขอโทษ แต่เขากลับไม่ทำ ทั้งๆที่กระทำอย่างนี้ถือเป็นพื้นของคนที่ต้องออกมาจากใจ ตรงจุดนี้มันลดไปแล้ว
หนูปิ่น :
สังคมปัจจุบันมีแข่งขันกันสูงมากในทุกๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาคุณหมอมีคำแนะนำอย่างไรบ้างคะแก่น้องๆซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติ
คุณหมอ : ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาของเด็กมากขึ้น เพราะในหลักสูตรของโรงเรียนนั้นไม่เพียงพอ ตอนนี้หลักสูตรของทางโรงเรียนยังไม่ได้มาตรฐานดีนัก การพัฒนาของเด็กจึงลดลง ดังนั้นผู้ปกครองจะต้องหันกลับมาดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับเรื่องความรับผิดชอบ เช่นการส่งการบ้าน เพราะนี้เป็นหนึ่งในการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ผู้ปกครองต้องหันกลับมาดูแลเด็กๆ การที่หวังพึ่งโรงเรียนอย่างเดียวคงไม่พอ
หนูปิ่น :
ท้ายนี้คุณหมอจะมีแง่คิดอะไรที่จะแนะนำน้องๆวัยรุ่นบ้างคะ
คุณหมอ :
ผมอยากให้วัยรุ่นไทยเพิ่มความมีศีลธรรม ซึ่งมันไม่ได้ยากเลยเพียงแค่พวกเขาทำอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ และควรจัดการดูแลตัวเองไม่ให้เดินทางไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร การที่จะมุ่งแต่เรียนหนังสือจนละเลยสิ่งพวกนี้นั้นไม่ได้เพราะความรู้เราสามารถเพิ่มเติมได้แต่ความมีศีลธรรมเป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติเอง ลงมือทำเองจึงจะเกิดผล
วัยรุ่นไทยสมัยใหม่ที่เก่งและมีความสามารถมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องควบคู่ไปกับความเก่งคือการมีศีลธรรม และจริยธรรม ยกตัวอย่างเช่น การมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ เวลาเดินผ่านผู้ใหญ่ เพียงเรายกมือไหว้ท่าน ก็ถือเป็นการแสดงความเคารพที่ดีที่สุดเราควรทำอย่างยิ่ง อย่าคิดว่าการที่เราทำแล้วเป็นเรื่องน่าอาย คนที่เขาไม่ทำนั้นสิน่าอายมากกว่า มันไม่ได้ยากอะไรหากเพียงเราได้ทำมัน
|